“ ตามรอยโรงเรียนพ่อหลวงสร้าง สู่โอ่งใหญ่ ชิม ช็อป แชร์ เกษตรปลอดสาร ด้วยหลากหลายชาติพันธ์ ณ ทุ่งหลวง ปากท่อ ราชบุรี ”


...นายแพทย์ประจักษวิช เล็บนาค ผู้อำนวยการอาวุโส  และนายอรรถพร  ลิ้มปัญญาเลิศ โฆษก สปสช. พร้อมด้วย นายอุทัย หมั่นเทียนติพันธ์ รองผู้อำนวยการ สปสช. เขต 5 ราชบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้นำทีมนักข่าวจากรายการ เกษตรโลก เกษตรเรา สกู๊ปข่าวจากช่อง 9  ช่อง 11 พร้อมร่วมกิจกรรมตลาดนัดสุขภาพ เยี่ยมชมโรงเรียนพ่อหลวงสร้าง ชมศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน แหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ บูทอาหารสุขภาพ บูทสาธิตสร้างเสริมสุขภาพ บูทตรวจสุขภาพ มากกว่า 13 บูท เรื่อง “ตามรอยพ่อหลวงสร้าง สู่โอ่งใหญ่ ชิม ช็อป แชร์ เกษตรปลอดภัย โดยมีนายประยงค์ จันทเต็ง นายอำเภอปากท่อ  นายนรเศรษฐ์ เรืองพยุงศักดิ์  นายกเทศมนตรี ต.ทุ่งหลวง  ผอ.รพ.สต. เจ้าหน้าที่ทั้งจากด้านสาธารณสุขและการศึกษา  คณะครูนักเรียนพร้อมทั้งชาวบ้านในชุมชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี  เมื่อวันที่ 23  ธันวาคม 2558  ณ  ตลาดนัดตำบลทุ่งหลวง ข้างโรงเรียนวัดสันติการาม อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน

นายนรเศรษฐ์ เรืองพยุงศักดิ์  นายกเทศมนตรี ต.ทุ่งหลวง  กล่าวว่า “ทางตำบลได้ร่วมดำเนินกิจกรรมตลาดนัดสุขภาพ ร่วมกับศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน โดย นางอุบลวรรณ คงสว่าง และนายวันชัย เหี้ยมหาญ  แกนนำเครือข่ายอำเภอปากท่อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ภาคประชาชน ร่วมทำโครงการพัฒนาชุมชนต้นแบบในการสร้างเสริมป้องกันโรคในพื้นที่ จังหวัดราชบุรี มีแผนในการจัดการสุขภาพตนเอง ร่วมกับรพ.สต.ทั้ง 3 แห่งในพื้นที่ จัดเก็บข้อมูลบันทึกสุขภาพของกลุ่มเป้าหมาย และให้กลุ่มเป้าหมาย ชุมชนที่เข้าร่วม ร่วมกันวางแผนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในการดูแลสุขภาพตนเอง เช่น บางชุมชน วางแผนที่จะผลิตเกษตรแบบปลอดสารเคมี ปรับลดการฉีดยาฆ่าแมลง การใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ใช้หลักเกษตรพอเพียงตามทฤษฎีตามรอยเท้าพ่อหลวง ผ่านศูนย์ปราชญ์ชุมชน

บางชุมชน มุ่งที่จะลดภาวะของโรค ลดอัตราความเจ็บป่วย ส่งเสริมสุขภาพด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกิน เช่น กินอาหารที่ผลิตเอง เพิ่มพื้นที่ผักปลอดสาร ใช้สมุนไพรในชุมชน และร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น รวมกลุ่มกันเต้นแอโรบิค รื้อฟื้นคีตมวยไทยโดยกลุ่มเยาวชน เพื่อลดเอว ลดพุงด้วยการวัดความดัน วัดรอบเอวเปรียบเทียบก่อน ระหว่างโครงการ และหลังโครงการ  พร้อมกับรื้อฟื้นวิถีชีวิตชนเผ่า วิถีดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิตไทยทรงดำ ไทยพวน กลับมาใช้ชีวิตพึ่งพิงธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี ตามรอยโรงเรียนพ่อหลวงสร้าง ตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ในหลวง) พร้อมสมเด็จพระเทพฯ  เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ตามที่พระองค์ท่านได้เคยเสด็จ เมื่อปีวันที่ 17 ตุลาคม 2517  พระราชทานโรงเรียนนี้ไว้

นายประยงค์ จันทเต็ง  นายอำเภอปากท่อ กล่าวเพิ่มเติมว่า  “ตำบล และอำเภอนี้ได้เดินทางตามรอยโครงการ แนวการใช้ชีวิต หลักเศรษฐกิจพอเพียง วิถีชุมชน ตามรอยเท้าพ่อ ผ่านการประสานงานจากแผนชุมชน  ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ  ร่วมกับครู ผู้ปกครองโรงเรียนสันติการาม โรงเรียนที่พ่อหลวงสร้าง  กรรมการชุมชน รพ.สต. กลุ่มสวัสดิการในชุมชน ฯลฯ ได้รื้อฟื้น จัดทำแปลงเกษตรปลอดสารเพิ่มเติม จัดทำแปลงสมุนไพรที่บ้าน หลายคนในพื้นที่ปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรจากสารเคมี เป็นการใช้อินทรีสาร ใช้อาหารดิน ปุ๋ยจากธรรมชาติ  ที่จัดทำปุ๋ยชีวภาพจากปุ๋ยขี้วัว ขี้ควาย รวมปลูกพืฃผักสวนครัว ใช้น้ำยาหมักแบบไร้สารเคมีแทน พร้อมการเลี้ยงสัตว์เพื่อเพิ่มแหล่งอาการและปุ๋ยมูลของสัตว์  ประสานงานร่วมมือกันกับศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน  เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. กรรมการชุมชน จัดทำโครงการ แผนการดำเนินงานร่วมกันผ่านเวทีของกองทุนสุขภาพตำบล ที่ สปสช./อบต.สบทบ และสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ผ่านตัวแทนกรรมการ และมีการจัดเวทีประชาคมร่วมกันก่อนนำเสนออนุมัติโครงการ

การมาถ่ายทำรายการนี้ เลือกประเด็นในการนำเสนอวิถีชีวิตที่หลากหลาย ที่อาจต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพสังคม แต่ชุมชนเองได้พยายามรักษาสิ่งที่ดีงาม วิถีเกษตรพอเพียง พึ่งพิงธรรมชาติ ด้วยการร่วมมือ ร่วมใจจากทุกชุมชน จากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรับ รพ.สต. โรงเรียน อสม. แกนนำชุมชน ผู้ใหญ่ เยาวชน ทุกช่วงวัยในชุมชน ต้องลุกขึ้นมาจัดการวิถีชีวิตของชุมชน สร้างเสริมสุขภาพด้วยตัวประชาชนเอง จากการสนับสนุนงบประมาณในการรณรงค์จากกองทุนตำบลฯ ในการสร้างชุมชนต้นแบบ ตัวอย่างซุ้มอาหาร ซุ้มน้ำสมุนไพร พืชผัก ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ยำสุขภาพ ผักผลไม้ปลอดสารพร้อมสาธิตวิธีการดูแล สบู่ ครีมบำรุง น้ำคลอโรฟิลฯลฯ  ให้กระจายไปให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน

นายอุทัย หมั่นเทียนติพันธ์ รอง ผอ.สปสช.เขต 5 ราชบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า “กองทุนเทศบาลตำบลทุ่งหลวงนี้ ได้ร่วมจัดตั้งกองทุนตำบล  ตั้งแต่ ปี 2554  โดย สปสช.สนับสนุนงบประมาณ ประมาณ 45 บาทต่อหัวประชากรในพื้นที่ ปีงบประมาณ 2559 นี้ จำนวน 589,995 บาท และเทศบาลสมทบ ประมาณ 295,000  บาท  ในปี 2558 ได้จัดทำโครงการ 4 ประเภท ครอบคลุมทุกกลุ่มช่วงวัย ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ผ่านแผนงาน ประชาคมร่วมกัน กองทุนเทศบาลฯนี้เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่เข้มแข็ง มีผลงานที่ดีเยี่ยม มีโครงการที่หลากหลาย จากทุกภาคส่วนในตำบลที่ร่วมกันวางแผน และร่วมกันดำเนินงานตามโครงการต่างๆ ซึ่งหนึ่งในโครงการนั้น ได้มีการจัดกิจกรรมตัวอย่างที่ดีในวันนี้ ที่เป็นโอกาสอันดีที่ทางสำนักงานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาลงเยี่ยมพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจและจะได้นำเสนอตัวอย่างการทำงานที่ดี เผยแพร่ต่อไป 

 
ไฟล์ที่เกี่ยวข้อง :
 
กลับ ขึ้นบน